คลองบางมดซึ่งตั้งทอดตัวอยู่ในพื้นที่เขตทุ่งครุและเขตบางขุนเทียน เป็นเส้นเลือดใหญ่ทางประวัติศาสตร์ที่หล่อเลี้ยงวิถีชีวิตดั้งเดิมของชาวสวนและชุมชนริมน้ำ ด้วยศักยภาพเชิงพื้นที่ที่เปี่ยมไปด้วยเสน่ห์ทางพหุวัฒนธรรม คลองแห่งนี้จึงมีแนวโน้มสูงในการพัฒนาเป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงนิเวศ อย่างไรก็ตาม ปัจจุบันการสัญจรทางน้ำในพื้นที่ยังคงพึ่งพิงเรือหางยาวที่ใช้เครื่องยนต์ดีเซลรุ่นเก่าเป็นหลัก ซึ่งก่อให้เกิดผลกระทบเชิงลบต่อสิ่งแวดล้อมและชุมชนในหลายมิติ ทั้งปัญหาด้านมลภาวะทางอากาศจากการเผาไหม้ที่ไม่สมบูรณ์ ซึ่งทำให้เกิดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกและฝุ่นละอองขนาดเล็กที่ส่งผลกระทบโดยตรงต่อคุณภาพอากาศและสุขภาวะของประชาชน ปัญหาด้านมลภาวะทางเสียงจากเครื่องยนต์ที่ดังสนั่นรบกวนวิถีชีวิตดั้งเดิมและความสงบเรียบร้อยของชุมชนริมน้ำ ตลอดจนปัญหาการกัดเซาะและทำลายระบบนิเวศ เนื่องจากคลื่นกระเพื่อมจากแรงใบพัดเครื่องยนต์ที่ซัดเข้าสู่ริมตลิ่งอย่างรุนแรงและต่อเนื่อง ได้ก่อให้เกิดปัญหาตลิ่งพังทลาย นำไปสู่ความเสื่อมโทรมของโครงสร้างพื้นฐานทางธรรมชาติและระบบนิเวศแหล่งน้ำ
• แนวทางการแก้ไขปัญหา
มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี (มจธ.) ได้ดำเนินโครงการ “การร่วมสร้างต้นแบบชุมชนคาร์บอนต่ำ เพื่อกรุงเทพเมืองยืดหยุ่นยั่งยืน” เพื่อแก้ไขปัญหาดังกล่าวข้างต้นอย่างเป็นระบบ ภายใต้แผนโครงการเชิงยุทธศาสตร์ Inclusive and Sustainability Research ของคณะสถาปัตยกรรมศาสตร์และการออกแบบ โดยได้บูรณาการความเชี่ยวชาญด้านวิศวกรรมร่วมกับศูนย์วิจัย Mobility and Vehicle Technology Research Center (MOVE) เพื่อเข้ามาช่วยออกแบบและพัฒนาระบบขับเคลื่อนเรือไฟฟ้าพลังงานสะอาดทดแทนการใช้เครื่องยนต์สันดาปเดิม
โครงการฯ แบ่งออกเป็น 2 ระยะ โดยระยะที่ 1 (พ.ศ. 2567) การวิจัย พัฒนาต้นแบบ (Prototyping) และการทดสอบระบบความปลอดภัยเชิงวิศวกรรมร่วมกับชุมชน ระยะที่ 2 (พ.ศ. 2568 - 2569) การขยายผลเชิงพาณิชย์ การผลักดันเชิงนโยบายระดับเมือง และการพัฒนาหลักสูตรการศึกษา ซึ่งการดำเนินงานถูกออกแบบมาเพื่อแก้ไขปัญหาอย่างบูรณาการใน 3 มิติหลัก ซึ่งครอบคลุมพื้นที่การดำเนินงานในเขตทุ่งครุและเขตบางขุนเทียน ดังนี้
> มิติแรกคือด้านวิศวกรรมยานยนต์ (Automotive Engineering) โดยศูนย์วิจัย Mobility and Vehicle Technology Research Center (MOVE) ของ มจธ. ได้เข้ามาพัฒนาระบบขับเคลื่อนไฟฟ้าร่วมกับชุมชน โดยคำนึงถึงความปลอดภัยสูงสุดผ่านการออกแบบระบบแรงดันไฟฟ้าต่ำ (ต่ำกว่า 100V) ซึ่งปลอดภัยต่อสภาวะแวดล้อมทางน้ำมากกว่าระบบรถยนต์ไฟฟ้าทั่วไป ผสานกับกล่องควบคุมที่ได้รับมาตรฐานกันฝุ่นและน้ำระดับสากล (IP67) พร้อมทั้งเพิ่มประสิทธิภาพพลังงานด้วยมอเตอร์ไฟฟ้าที่ไม่มีความร้อนสะสม ช่วยยุติปัญหาการดึงน้ำคลองมาระบายความร้อนและปล่อยน้ำอุ่นทิ้งลงสู่ระบบนิเวศ ตลอดจนลดการใช้กระแสไฟสูญเปล่าขณะจอดนิ่ง นอกจากนี้ยังพัฒนานวัตกรรมการควบคุมผ่านระบบสับสวิตช์เพื่อเข้าเกียร์เดินหน้าและถอยหลังได้ทันที ช่วยลดความเหนื่อยล้าของผู้ขับขี่และเพิ่มความคล่องตัวในการเดินเรือ
> มิติที่สองคือด้านการออกแบบระบบเศรษฐกิจและการท่องเที่ยวสีเขียว (Green Tourism Economy) ซึ่งถูกขับเคลื่อนภายใต้แผนงาน Inclusive and Sustainability Research นำโดยคณะสถาปัตยกรรมศาสตร์และการออกแบบ มจธ. โดยได้ผนึกกำลังกับผู้ประกอบการท้องถิ่น 8 กลุ่ม ได้แก่ บ้านเขียนวาดและภาพพิมพ์ ตลาดมดตะนอย เซฟติสท์ฟาร์ม บ้านสวนป้าดา วิสาหกิจชุมชนอารยะคลองบางมดสร้างสรรค์ ArtLab S’More Town และบ้านเรียนนิทานศิลป์ เพื่อร่วมกันพัฒนาเส้นทางการท่องเที่ยวคาร์บอนต่ำจำนวน 12 เส้นทาง แบ่งเป็นพื้นที่เขตทุ่งครุ 6 เส้นทาง และเขตบางขุนเทียน 6 เส้นทาง อันเป็นการกระตุ้นเศรษฐกิจฐานรากผ่านการท่องเที่ยวเชิงนิเวศอย่างเป็นรูปธรรม
> มิติที่สามคือด้านการสื่อสารเชิงพื้นที่ผ่านศิลปะคาร์บอนต่ำ (Low Carbon Art) โดยได้สร้างสรรค์ผลงานศิลปะบนกำแพงริมคลองเพื่อสร้าง Landmark แห่งใหม่ ซึ่งกระบวนการสร้างสรรค์นี้ได้ผ่านการควบคุมการปล่อยคาร์บอนอย่างเข้มงวดในทุกขั้นตอน ตั้งแต่การเลือกใช้สีไร้กลิ่นที่ผ่านการคำนวณและได้รับการรับรองคาร์บอนฟุตพริ้นท์จากองค์การบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจก (องค์การมหาชน) หรือ อบก. การบริหารจัดการและจำกัดการใช้น้ำอย่างมีประสิทธิภาพ ไปจนถึงการนำวัสดุเหลือใช้มาประยุกต์สร้างสรรค์ตามหลักการ Upcycling เพื่อสื่อสารพันธกิจด้านการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมสู่ชุมชนอย่างสมบูรณ์แบบ
โดยผลสำเร็จที่ได้จากการดำเนินโครงการ คือ การลดลงของต้นทุนการดำเนินงานอย่างมีนัยสำคัญ โดยการชาร์จไฟฟ้า 1 บาท สามารถทดแทนค่าน้ำมันดีเซลได้ถึง 2.5 - 3.0 บาท (ลดต้นทุนพลังงานรวมร้อยละ 60-70) ซึ่งประเมินทางเศรษฐศาสตร์แล้วผู้ประกอบการสามารถคืนทุนค่าแบตเตอรี่ได้ภายในระยะเวลาเพียง 3 ปี ทั้งยังช่วยลดภาระการซ่อมบำรุงรายวัน เนื่องจากไม่มีระบบน้ำมันหล่อลื่น การดูแลรักษามุ่งเน้นเพียงลูกปืนและแบตเตอรี่เท่านั้น และช่วยลดมลพิษทางอากาศ เช่น ควันดำ และกลิ่นจากเครื่องยนต์สันดาปเดิม ลดมลภาวะทางเสียงจนสามารถสื่อสารบนเรือได้ด้วยระดับเสียงปกติ และกำจัดการรั่วซึมของน้ำมันเครื่องลงสู่แหล่งน้ำ รวมถึงชะลอการพังทลายของตลิ่ง
• การสร้างความยั่งยืนและแนวทางการขยายผลการดำเนินงาน
มจธ. ได้วางแผนในการขยายผล เพื่อสร้างความยั่งยืนระยะยาว ดังนี้
1. การถ่ายทอดเทคโนโลยีระดับฐานราก: จัดตั้ง "ศูนย์เรียนรู้เรือไฟฟ้าเพื่อชุมชน" ณ บ้านเขียนวาดและภาพพิมพ์ เพื่อเป็นพื้นที่ฝึกปฏิบัติการซ่อมบำรุงและดัดแปลงมอเตอร์ไฟฟ้าให้แก่ชุมชน
2. การยกระดับสู่หลักสูตรการศึกษาแบบ Non-degree: มจธ. (ศูนย์การศึกษาต่อเนื่อง, ฝ่ายพัฒนาความเป็นสากล, และฝ่ายพัฒนาความยั่งยืน) ร่วมกับวิสาหกิจชุมชนอารยะคลองบางมดสร้างสรรค์ และโรงเรียนฝึกอาชีพกรุงเทพมหานคร พัฒนาองค์ความรู้ของปราชญ์ชาวบ้านให้กลายเป็น "หลักสูตรระยะสั้น (Non-degree) ด้านการดัดแปลงเรือเครื่องยนต์สู่เรือไฟฟ้า" เพื่อสร้างกลไกการอัพสกิล (Upskill) และรีสกิล (Reskill) สร้างอาชีพใหม่ให้คนไทยอย่างยั่งยืน
3. การขยายผลเชิงนโยบายระดับมหานคร: ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ได้ประกาศแผนเตรียมนำโมเดลเรือดัดแปลง (Retrofit) นี้ ไปบูรณาการร่วมกับผู้ประกอบการเอกชน (ไทยสมายล์โบ๊ท) เพื่อรองรับการสัญจรของประชาชนกลุ่มใหญ่ในคลองแสนแสบต่อไป
- ส่งเสริมการใช้พลังงานทดแทน พลังงานสะอาดรูปแบบใหม่ ๆ (อาทิ ไฮโดรเจน)
- การลดการเกิดฝุ่นละอองในอากาศ
- ส่งเสริมการท่องเที่ยวที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม ที่คำนึงถึงการอนุรักษ์ ปกป้อง ฟื้นฟูความหลากหลายทางชีวภาพของแหล่งท่องเที่ยวและชุมชน
- การเผยแพร่ประชาสัมพันธ์/สร้างจิตสำนึก-ความตระหนัก/การมีส่วนร่วม
- การพัฒนาและประยุกต์ใช้เทคโนโลยี/นวัตกรรม
-
ข้อมูลเพิ่มเติม
https://www.kmutt.ac.th/sdgs/21/04/2026/104839/
https://www.kmutt.ac.th/news/research-innovation/15/05/2026/105918/
- หน่วยงาน มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี
- สำนัก/กอง/ฝ่าย ฝ่ายพัฒนาความยั่งยืน สำนักบริหารอาคารและสถานที่
-
ที่อยู่
มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี (บางมด)
ที่อยู่ 126 ถนนประชาอุทิศ แขวงบางมด เขตทุ่งครุ กรุงเทพฯ 10140 - อีเมล์ bgm@kmutt.ac.th
- โทรศัพท์ 02-2470-8263
