ชื่อโครงการ
โครงการการพัฒนาเซลล์ไฟฟ้าเคมีชีวภาพจากหยวกกล้วยเพื่อกักเก็บพลังงานโซลาร์เซลล์ (Development of
Banana Stem Bio-Electrochemical Cells for Solar Energy Storage)
2. หลักการและเหตุผล (Rationale
& Background)
ปัจจุบันพลังงานแสงอาทิตย์
(Solar Energy) เป็นพลังงานหมุนเวียนที่มีศักยภาพสูงและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม
อย่างไรก็ตาม
ข้อจำกัดสำคัญของระบบพลังงานแสงอาทิตย์คือความไม่ต่อเนื่องของการผลิตพลังงาน
จึงจำเป็นต้องใช้นวัตกรรมระบบกักเก็บพลังงาน (Energy Storage System: ESS) เข้ามาเสริมเสถียรภาพ แต่แบตเตอรี่เคมีเชิงพาณิชย์ที่นิยมใช้ในปัจจุบัน
เช่น แบตเตอรี่ชนิดลิเทียมไอออน (Lithium-ion) หรือแบตเตอรี่ชนิดตะกั่ว-กรด
(Lead-acid) กลับมีต้นทุนสูง
ตลอดจนกระบวนการสังเคราะห์และขยะแบตเตอรี่หลังหมดอายุการใช้งานส่งผลกระทบและเป็นพิษต่อสิ่งแวดล้อมอย่างร้ายแรง
จากปัญหาดังกล่าว
จึงเกิดแนวคิดการพัฒนาระบบกักเก็บพลังงานเชิงชีวภาพ (Bio-energy Storage
System) โดยการประยุกต์ใช้วัสดุชีวมวลเหลือทิ้งทางการเกษตร โดยเฉพาะ
"หยวกกล้วย" (Banana Pseudostem) ซึ่งเป็นชีวมวลปริมาณมากที่มักถูกตัดทิ้งภายหลังการเก็บเกี่ยว
ในทางไฟฟ้าเคมี (Electrochemistry) น้ำเค้นหรือน้ำหมักจากหยวกกล้วยอุดมไปด้วยไอออนอิสระ
ได้แก่ โพแทสเซียมไอออน และโซเดียมไอออน ( ร่วมกับกรดอินทรีย์หลายชนิด ซึ่งทำหน้าที่เป็น สารอิเล็กโทรไลต์ธรรมชาติ
(Natural Electrolyte) ที่มีประสิทธิภาพ Ion
Mobility สูง สามารถนำไฟฟ้าและเอื้อให้เกิดปฏิกิริยารีดอกซ์ (Redox
Reaction) ระหว่างขั้วไฟฟ้าได้อย่างสมบูรณ์
ดังนั้น
โครงการนี้จึงมุ่งศึกษาและพัฒนาระบบเซลล์ไฟฟ้าเคมีชีวภาพ (Biochemical Cell) จากสารอิเล็กโทรไลต์ธรรมชาติในน้ำหมักหยวกกล้วย
เพื่อประยุกต์ใช้ในการรับและจัดเก็บประจุไฟฟ้าจากแผงเซลล์สุริยะ (Solar
Cell) ซึ่งนอกจากจะเป็นการยกระดับเศษวัสดุเหลือทิ้งทางการเกษตรตามหลักการยกระดับมูลค่า
(Upcycling) และเศรษฐกิจหมุนเวียน (Circular Economy)
แล้ว ยังเป็นการสร้างนวัตกรรมกักเก็บพลังงานสะอาด ต้นทุนต่ำ
ย่อยสลายได้ตามธรรมชาติ และเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน
3. วัตถุประสงค์ (Objectives)
1. เพื่อศึกษาสูตรและสภาวะที่เหมาะสม
(Optimization) ในการหมักสารชีวมวลจากหยวกกล้วย สำหรับสังเคราะห์เป็นสารอิเล็กโทรไลต์ธรรมชาติ
(Natural Electrolyte) ที่มีค่าความนำไฟฟ้าและการเคลื่อนที่ของไอออนสูงสุด
2. เพื่อออกแบบ ประดิษฐ์
และบูรณาการระบบเซลล์ไฟฟ้าเคมีชีวภาพ (Bio-electrochemical Cell Integration) ที่สามารถรองรับการอัดประจุไฟฟ้า
(Charging) จากระบบเซลล์สุริยะ และสามารถจ่ายประจุไฟฟ้า (Discharging)
เพื่อขับเคลื่อนอุปกรณ์ไฟฟ้าในสภาวะการใช้งานจริงได้อย่างมีประสิทธิภาพ
3. เพื่อประเมินสมรรถนะทางไฟฟ้าเคมี
(Electrochemical Performance Evaluation) ของระบบ ได้แก่
ความจุไฟฟ้า (Electrical Capacity) ประสิทธิภาพการกักเก็บพลังงาน
(Energy Efficiency) และความเสถียรในการอัด-จ่ายประจุซ้ำ (Cyclic
Stability)
4. สมมติฐานการวิจัย
สารอิเล็กโทรไลต์ธรรมชาติจากน้ำหมักหยวกกล้วยที่มีสภาวะการหมักและความเข้มข้นของไอออนอินทรีย์อย่างเหมาะสม
มีสมรรถนะทางไฟฟ้าเคมีที่สามารถรองรับการนำถ่ายประจุและการถ่ายโอนอิเล็กตรอนในเซลล์ไฟฟ้าเคมีชีวภาพ
ส่งผลให้ระบบสามารถอัดประจุพลังงานจากเซลล์สุริยะ และจ่ายพลังงานไฟฟ้ากระแสตรงให้แก่อุปกรณ์ไฟฟ้าในสภาวะการใช้งานจริงได้อย่างมีเสถียรภาพ
5. ขอบเขตการดำเนินงาน
ศึกษาสภาวะและปัจจัยทางไฟฟ้าเคมีที่มีผลต่อประสิทธิภาพการกักเก็บและจ่ายพลังงานไฟฟ้า
โดยกำหนดตัวแปรในการวิจัยดังนี้
ตัวแปรต้น (Independent
Variables):
o ระยะเวลาในการหมักสารชีวมวลจากหยวกกล้วย
(Fermentation Time)
o ชนิดและจับคู่ของวัสดุขั้วไฟฟ้า
(Electrode Pair Combinations) เช่น ขั้วทองแดง-สังกะสี (Cu-Zn)
และขั้วคาร์บอน-กราฟีน (Carbon-Graphene)
ตัวแปรตาม (Dependent
Variables):
o สมรรถนะทางไฟฟ้า
ได้แก่ แรงดันไฟฟ้าดันเปิด (Open-Circuit Voltage) ปริมาณกระแสไฟฟ้า
ค่าความจุไฟฟ้า (Electrical
Capacity)และระยะเวลาความเสถียรในการกักเก็บและจ่ายพลังงาน (Energy
Retention Time)
?
ตัวแปรควบคุม (Controlled
Variables):
o ปริมาตรและความเข้มข้นของสารอิเล็กโทรไลต์จากหยวกกล้วยในภาชนะบรรจุ
อุณหภูมิแวดล้อม และขนาดพื้นที่ผิวสัมผัสของขั้วไฟฟ้า
ขอบเขตด้านอุปกรณ์และบูรณาการระบบ (Hardware & System Integration
Scope)
การประยุกต์ใช้แผงเซลล์สุริยะ (Solar Panel
Subsystem) เป็นแหล่งกำเนิดพลังงานปฐมภูมิ
o การใช้ชุดควบคุมการประจุไฟโซลาร์เซลล์
(Solar Charge Controller) เพื่อบริหารจัดการและปรับแรงดัน/กระแสไฟฟ้าให้เหมาะสมก่อนส่งไปอัดประจุ
(Charging) เข้าสู่โมดูลแบตเตอรี่ชีวภาพจากสารอิเล็กโทรไลต์หยวกกล้วย
o การเลือกใช้ภาชนะบรรจุและจัดเก็บสารอิเล็กโทรไลต์ในรูปแบบเซลล์กักเก็บพลังงานชีวภาพที่มีความปลอดภัย
ไร้การรั่วซึม และย่อยสลายได้ตามธรรมชาติ
ขอบเขตด้านการประยุกต์ใช้งานจริง (Application Scope)
การทดสอบนำพลังงานไฟฟ้ากระแสตรง (DC Power) ที่จัดเก็บได้จากระบบแบตเตอรี่ชีวภาพ ไปจ่ายไฟให้กับชุดโหลดไฟฟ้าทดลอง
เช่น ระบบหลอดไฟส่องสว่าง LED พลังงานต่ำ
หรืออุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ขนาดเล็ก ภายในพื้นที่โรงเรียนเทศบาลอุ่มลอง
เพื่อสาธิตและประเมินความคุ้มค่าในการใช้งานจริงเชิงพื้นที่
6. แผนการดำเนินงานและขอบเขตการทดลอง (Methodology & Experimental Plan)
ระยะที่ 1: การเตรียมวัตถุดิบชีวมวลและอุปกรณ์จัดเก็บพลังงาน
(Biomass Preparation & Hardware Procurement)
- การคัดเลือก เกลา และย่อยขนาดส่วนโคนและลำต้นของหยวกกล้วย (Banana
Pseudostem) เพื่อปรับสภาพพื้นผิวสัมผัสและเตรียมเป็นสารอิเล็กโทรไลต์ธรรมชาติ
(Natural Electrolyte) จำนวน 12 ถังปฏิกรณ์ - การจัดเตรียมอุปกรณ์ระบบเซลล์สุริยะ (Solar Panel Subsystem) วงจรควบคุมการประจุ และอุปกรณ์ประกอบระบบไฟฟ้าสำหรับการทดสอบ
ระยะที่ 2: การสังเคราะห์ขั้วไฟฟ้าและการประกอบเซลล์แบตเตอรี่ชีวภาพ
(Electrode Fabrication & Bio-Battery Assembly)
- การออกแบบและสร้างขั้วไฟฟ้า (Electrode Fabrication) โดยการคัดเลือกวัสดุตัวนำที่เหมาะสมสำหรับขั้วแอโนด (Anode) และขั้วแคโทด (Cathode) เพื่อให้เกิดปฏิกิริยารีดอกซ์
(Redox Reaction) ที่มีประสิทธิภาพสูงสุด - การบรรจุสารอิเล็กโทรไลต์จากหยวกกล้วยลงในถังปฏิกรณ์เพื่อประกอบเป็นแบตเตอรี่ชีวภาพต้นแบบ
(Bio-battery Modules) พร้อมติดตั้งระบบเชื่อมต่อทางไฟฟ้า
ระยะที่ 3: การบูรณาการระบบและวิเคราะห์ผลการทดลอง
(System Integration & Performance Testing)
- การต่อบูรณาการระบบร่วมระหว่างแผงเซลล์สุริยะ ระบบประจุพลังงาน
และแบตเตอรี่ชีวภาพต้นแบบ - การทดสอบสมรรถนะทางไฟฟ้า (Electrochemical Performance
Testing) ได้แก่ การวัดแรงดันไฟฟ้าดันเปิด (Open-Circuit
Voltage), กระแสไฟฟ้าสูงสุด, ความจุพลังงาน
(Capacity) และความเสถียรในการจ่ายไฟต่อเนื่องภายใต้สภาวะโหลดที่แตกต่างกัน
ระยะที่ 4: การวิเคราะห์ สรุปผล
และการประยุกต์สู่ชุมชน (Data Analysis, Evaluation & Technology
Transfer)
- การประมวลผลข้อมูลการทดลองทางสถิติ สรุปประสิทธิภาพเชิงพลังงาน
และประเมินความคุ้มค่าทางเศรษฐศาสตร์/สิ่งแวดล้อม - การจัดทำแนวทางการพัฒนาต่อยอดสมรรถนะของแบตเตอรี่ชีวภาพ
และการถ่ายทอดเทคโนโลยี (Technology Transfer) เพื่อส่งเสริมการนำไปใช้งานจริงในระดับชุมชนหรือภาคการเกษตรอย่างยั่งยืน
ระยะเตรียมการและหมักสาร (Preparation &
Fermentation):
o สับและบดหยวกกล้วย
หมักเพื่อสกัดน้ำหมักอิเล็กโทรไลต์ วัดค่า pH และค่าการนำไฟฟ้า (EC)
2. ระยะออกแบบและประกอบเซลล์
(Cell Design & Assembly):
o ทดสอบคัดเลือกขั้วไฟฟ้า
(Anode/Cathode) ที่เหมาะสม
o บรรจุน้ำหมักหยวกกล้วยลงในภาชนะทดลองและต่อวงจร
3. ระยะทดสอบการกักเก็บพลังงาน
(Testing & Integration):
o ต่อเข้ากับแผงโซลาร์เซลล์ผ่านวงจรควบคุมการชาร์จ
(Charge Controller)
o บันทึกเวลาชาร์จ
ค่าแรงดันสูงสุด และทดลองจ่ายไฟให้โหลด (เช่น หลอดไฟ LED)
4. ระยะประเมินและสรุปผล
(Evaluation & Reporting):
o วิเคราะห์ประสิทธิภาพเชิงพลังงานและต้นทุน
ต่อสรุปผลรายงาน
7. ประโยชน์ที่คาดว่าจะได้รับ
1. ด้านเทคโนโลยีและสิ่งแวดล้อม:
o ได้รับนวัตกรรมแบตเตอรี่ชีวภาพต้นแบบ
(Bio-battery Prototype) ที่มีประสิทธิภาพ ไร้สารพิษ
เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม และมีคุณสมบัติในการย่อยสลายได้ตามธรรมชาติ (Biodegradable)
2. ด้านเศรษฐกิจและการประยุกต์ใช้:
o สามารถพัฒนาเป็นเทคโนโลยีทางเลือกเพื่อลดต้นทุนในการจัดหาและติดตั้งระบบกักเก็บพลังงาน
(Energy Storage System) สำหรับการใช้งานในภาคเกษตรกรรมและชุมชนขนาดเล็กอย่างยั่งยืน
3. ด้านการจัดการทรัพยากรและสร้างมูลค่าเพิ่ม:
o เป็นการส่งเสริมการหมุนเวียนทรัพยากรผ่านการยกระดับมูลค่าเศษวัสดุเหลือทิ้งทางการเกษตร
(Agricultural Waste Upcycling) ตามแนวคิดเศรษฐกิจหมุนเวียน (Circular
Economy)
4. ด้านการศึกษาและการพัฒนาศักยภาพ:
o นักเรียนโรงเรียนเทศบาลอุ่มลองได้รับการพัฒนาทักษะกระบวนการทางวิทยาศาสตร์
เกิดการเรียนรู้เชิงลึก (Deep Learning) ผ่านการลงมือปฏิบัติจริง
และสามารถต่อยอดองค์ความรู้ไปสู่การแก้ปัญหาในท้องถิ่นได้
- ขอบเขตพื้นที่ ระบุพื้นที่ระดับจังหวัด
- ครอบคลุมพื้นที่ 1 จังหวัด
- ลำปาง
- ทำการออกแบบและติดตั้งทดลองใช้งาน ภายในโรงเรียนเทศบาล อุ่มลอง
-
งบประมาณ
42900 บาท
-
องค์ความรู้/ข้อมูลวิชาการ
-
บุคลากร/ผู้เชี่ยวชาญ
-
เทคโนโลยี/นวัตกรรม
-
เครื่องมือ
-
อื่นๆ
-
โครงการการพัฒนาเซลล์ไฟฟ้าเคมีชีวภาพจากหยวกกล้วยเพื่อกักเก็บพลังงานโซลาร์เซลล์ (Development of Banana Stem Bio-Electrochemical Cells for Solar Energy Storage)
- หน่วยงาน เทศบาลเมืองล้อมแรด
- สำนัก/กอง/ฝ่าย สวัดดิการและสังคม
- ที่อยู่
- อีเมล์ wachara3660.y@gmail.com
- โทรศัพท์ 0907526476
